วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

หน่วยที่ 6 การติดตั้งระบบปฎิบัติการและการลงไดรเวอร์

สาระสำคัญ
          ระบบปฏิบัติเป็นซอฟต์แวร์ตัวแรกที่ต้องติดตั้งลงในฮาร์ดดิสก์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดต่อกับเครื่องและลงโปรแกรมใช้งานอื่นๆ ได้ หลังจากนั้นจะเป็นการลงซอฟต์แวร์ที่เป็นการเชื่อมต่อ ระหว่างฮาร์ดแวร์ของเครื่องกับระบบปฏิบัติการซึ่งเรียกว่าไดร์ฟเวอร์ เพื่อให้ระบบปฏิบัติการรู้จักกับฮาร์ดแวร์และสามารถสั่งงานฮาร์ดแวร์นั้นได้

เรื่องที่จะศึกษา
  • ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ
  • การติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP
  • ขั้นตอนการติดตั้งวินโดวส์ XP
  • การปรับแต่งวินโดวส์ XP ภายหลังการติดตั้ง
  • การติดตั้งดีไวซ์ไดรเวอร์
จุดประสงค์การเรียนรู้
1.             บอกความสำคัญของระบบปฏิบัติการและชื่อของระบบปฏิบัติการต่างๆได้
2.             บอกลักษณะการติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ได้
3.             สามารถติดตั้งวินโดวส์ XP ได้
4.             สามารถปรับแต่งวินโดวส์ XP ภายหลังการติดตั้ง ได้
5.             สามารถติดตั้งไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องได้

ซอฟต์แวร์ระบบปฎิบัติการ

ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
     ระบบปฏิบัติการเป็นโปรแกรม (Software) ที่ทําหน้าที่ ควบคุมการทํางานของ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบปฏิบัติการจะทําหน้าที่เป็นตัวกลางในการติดต่อกับฮาร์ดแวร์ของเครื่องโดยตรงและโปรแกรมการใช์งานต่าง ๆ 

ความหมายของระบบปฏิบัติการ
     โปรแกรมระบบปฏิบัติการ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า OS (Operating System) เป็นโปรแกรม ควบคุมการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทําหน้าที่ควบคุมการทำงานต่าง ๆ เช่น การแสดงผล ข้อมูลการติดต่อกับผู้ใช้ โดยทําหน้าที่เป็นสื่อกลาง ระหว่างผู้ใช้กับเครื่องให้สามารถสื่อสารกันได้
1. ระบบปฏิบัติการ DOS (Disk Operating System) ระบบ DOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท IBM เพื่อให้เป็ระบบปฏิบัติการ สําหรับเครื่องพีซี ซึ่งตัวโปรแกรม DOS จะถูก Load หรืออ่านจากแผ่นดิสก์เข้าไปเก็บไว้ในหน่วย ความจําก่อน จากนั้น DOS จะไปทําหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานต่าง ๆ ระหว่างผู้ใช้กับอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ทั้งหลายโดยอัตโนมัติ โดยที่ DOS จะรับคําสั่งจากผู้ใช้หรือโปรแกรมแล้ว นํ าไป ปฏิบัติตาม โดยการทํางานจะเป็นแบบ Text mode สั่งงานโดยการกดคําสั่งเข้าไปที่ซีพร็อม (C:\>) ดังนั้น ผู้ใช้ระบบนี้จึงต้องจําคําสั่งต่าง ๆ ในการใช้งานจึงจะสามารถใช้งานได้ ระบบปฏิบัติการ DOS ถือได้ว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่เก่าแก่. และปัจจุบันนี้มีการใช้งานน้อยมาก
2 .ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows  Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยบริษัท Microsoft ซึ่งจะมีส่วนติดต่อกับ ผู้ใช้ (User interface) เป็นแบบกราฟิก หรือเป็นระบบที่ใช้รูปภาพแทนคําสั่ง เรียกว่า GUI (Graphic User Interface) โดยสามารถสั่งให้เครื่องทํางานได้โดยใช้เมาส์คลิกที่สัญลักษณ์หรือคลิกที่คําสั่งที่ต้องการ ระบบนี้อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรมได้มากกว่า 1 โปรแกรมในขณะเดียวกันซึ่งถ้าเป็นระบบ DOS หากต้องการเปลี่ยนไปทํางานโปรแกรมอื่น ๆ จะต้องออกจาก โปรแกรงเดิมก่อนจึงจะสามารถไปใช้งานโปรแกรมอื่น ๆ ได้ ในลักษณะการทํางานของ Windows จะมีส่วนที่เรียกว่า “หน้าต่าง” โดยแต่ละโปรแกรมจะถือเป็นหน้าต่างหนึ่งหน้าต่าง ผู้ใช้สามารถ สลับไปมาระหว่างแต่ละหน้าต่างได้ นอกจากนี้ระบบ Windows ยังให้โปรแกรมต่าง ๆ สามารถ แชร์ ข้อมูลระหว่างกันได้ผ่านทางคลิปบอ์.ด (Clipboard) ระบบ Windows ทําให้ผู้ใช้ ทั่ว ๆไปสามารถทําความเข้าใจ เรียนรู้และใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น
3. ระบบปฏิบัติการ Unix เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้บนเครื่อง SUN ของบริษัท SUN Microsystems แต่ไม่ได้เป็นคู่แข่งกับบริษัท Microsoft ในเรื่องของระบบปฏิบัติการบนเครื่อง PC แต๋อย่างใด แต่Unix เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช็เทคโนโลยีแบบเปิด (Open system) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้ใช้ไม่ต้อง ผูกติดกับ ระบบใดระบบหนึ่งหรืออุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกัน นอกจากนี้ Unix ยังถูกออกแบบมาเพื่อ ตอบสนองการใช้งานในลักษณะให้มีผู้ใช้ได้หลายคนในเวลาเดียวกัน เรียกว่า ระบบหลายผู้ใช้ (Multiuser system) และสามารถทํางานได้หลาย ๆ งานในเวลาเดียวกัน ในลักษณะที่เรียกว่า ระบบหลายภารกิจ (Multitasking system) 
4. ระบบปฏิบัติการ Linux  เป็นระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกับ DOS, Windows หรือ Unix โดยLinuxนั้นจัด ว่าเป็นระบบปฏิบัติการ Unix ประเภทหนึ่ง การที่Linuxเป็นที่กล่าวขานกันมากในช่วงปี 1999 – 2000 เนื่องจากความสามารถของตัวระบบปฏิบัติ การและโปรแกรมประยุกต์ที่ ทํ างานบนระบบ Linux โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรแกรมในตระกูลของ GNU (GNU’s Not UNIX) และสิ่งที่สําคัญที่สุดก็ คือ ระบบ Linux เป็นระบบปฏิบัติการประเภทฟรีแวร์ (Free ware) คือไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อ โปรแกรม Linux นั้นมี นักพัฒนาโปรแกรมจากทั่วโลกช่วยกันแก้ไข ทําให้การขยายตัวของ Linux เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยในส่วนของใจกลางระบบปฏิบัติการ หรือ Kernel นั้นจะมีการพัฒนาเป็น รุ่นที่ 2.2 (Linux Kernel 2.2) ซึ่งได้เพิ่มขีดความสามารถและสนับสนุนการทํางานแบบหลายซีพียู 

การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์  ระบบคอมพิวเตอร์ยุคใหม่จะมีซีพียู ดีไวช์คอนโทรลเลอร์ (Device controller) ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านคอมมอนบัส (Common bus) ซึ่งแชร์เมโมรีกัน

หน้าที่โดยทั่วไปของสัญญาณขัดจังหวะ 
• สัญญาณขัดจังหวะจะส่งการควบคุมไปยัง Interrupt service routine ผ่านทางตารางสัญญาณขัดจังหวะ 
• สถาปัตยกรรมของสัญญาณขัดจังหวะ จะต้องบันทึกตำแหน่งของชุคำสั่งที่ถูกขัดจังหวะไว้ 
• สัญญาณขัดจังหวะที่เข้าสู่ระบบจะถูก Disable ถ้ามีการทำงานของสัญญาณขัดจังหวะตัวอื่นอยู่ก่อนแล้ว เพื่อป้องกันการสูญหายของสัญญาณขัดจังหวะ

โครงสร้างของ DMA (Direct Memory Access Structure) 
• ใช้ สำหรับอุปกรณ์รับส่งข้อมูลที่มีความเร็วสูง เช่น เทป จานเม่เหล็ก หรือข่ายงานสื่อสาร อาจมีความเร็วในการส่งข้อมูลได้ใกล้เคียงกับความเร็วของหน่วยความจำ 
• มีการใช้ Direct Memory Access มา แก้ไขปัญหา สำหรับอุปกรณ์ที่มีควาเร็วสูงเหล่านี้ ตัวควบคุมอุปกรณ์จะส่งข้อมูลจากบัฟเฟอร์ของตนมายังหน่วยความจำหลักโดยตรงที ละชุด โดยไม่ได้อาศัยหน่วยประมวลผลกลางเลย 
• การทำงานก็เหมือนเดิม คือ เมื่อโปรแกรมของผู้ใช้ต้องการรับส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์เหล่านี้ ระบบก็จะจัดบัฟเฟอร์ 

โครงสร้างของหน่วยเก็บข้อมูล (Storage Structures) 
หน่วยความจำหลักหรือเมนโมรีอย่างถาวร แต่ทำไม่ได้ด้วยเหตุผล 2 ประการ 
1. หน่วยความจำหลักเล็กเกินไปที่จะเก็บโปรแกรมและข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดอย่างถาวร 
2. หน่วยความจำหลักเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลแบบชั่วคราว เพราะเมื่อเครื่องปิดข้อมูลก็หาย

การติดตั้งระบบปฏิบัติการ windows xp
          การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows XP โดยปกติ จะสามารถทำได้ แบบคือ การติดตั้งโดยการอัพเกรดจาก Windows ตัวเดิม หรือทำการติดตั้งใหม่เลยทั้งหมด สำหรับตัวอย่างในที่นี้ จะขอแนะนำวิธีการ ขั้นตอนการติดตั้ง Windows XP แบบลงใหม่ทั้งหมด ซึ่งความเห็นส่วนตัว น่าจะมีปัญหาในการใช้งานน้อยกว่าแบบอัพเกรดครับ
วิธีการติดตั้ง Windows XP ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น แบบดังนี้
1. ติดตั้งแบบอัพเกรดจาก Windows ตัวเดิม โดยใส่แผ่น CD และเลือกติดตั้งจาก CD นั้นได้เลย
2. ติดตั้งโดยการบูตเครื่องใหม่จาก CD ของ Windows XP Setup และทำการติดตั้ง
3. ติดตั้งจากฮาร์ดดิสก์ โดยทำการ copy ไฟล์ทั้งหมดจาก CD ไปเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ ก่อนทำการติดตั้ง
เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ในขั้นตอนการติดตั้งระบบ Windows XP ตรงนี้ จะขอแสดงตัวอย่างการติดตั้ง โดยการบูตจากแผ่น CD ของ Windows XP Setup โดยก่อนที่จะทำการติดตั้ง ก็ให้ทำการสำรองข้อมูลต่าง ๆ ไว้ให้เรียบร้อย จัดการแบ่ง พาร์ติชั่น (ถ้าจำเป็น) และทำการ format ฮาร์ดดิสก์ให้เรียบร้อยก่อน นอกจากนี้ ไม่ควรลืมการ  เตรียม Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นของ Windows XP ไว้ด้วย
ในการแบ่งพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ แนะนำให้ทำการวางแผนประมาณขนาดพื้นที่ไว้ล่วงหน้าด้วย โดยทั่วไปก็ไม่ควรจะใช้พื้นที่ต่ำกว่า 3G. และเนื่องจากระบบ Windows XP สามารถที่จะสร้างเมนู Multi Bootได้หลังจากที่ติดตั้งไปแล้ว โดยยังสามารถเลือกเมนูว่า จะเรียก Windows ตัวเดิมหรือจะเรียก Windows XP ก็ได้ ดังนั้น หลาย ๆ ท่านมักจะแบ่งพื้นที่ไว้ลง Windows 98 ที่ Drive C: ประมาณ 5G. และเผื่อไว้สำหรับ Windows XP ที่ Drive D: อีกประมาณ 5G. ที่เหลือก็จะเป็น Drive E: สำหรับเก็บข้อมูลอื่น ๆ ทั่วไป แต่ถ้าหากลง Windows เพียงแค่ตัวเดียว ก็ไม่จำเป็นครับ
การตั้งค่าใน BIOS ก่อนทำการติดตั้ง Windows XP ใหม่จะต้องทำการ Disable Virus Protection ในBIOS ซะก่อน เพราะว่าเมนบอร์ดบางรุ่นจะมีการป้องกัน Virus โดยการป้องกันการเขียนทับในส่วนของ Boot Area ของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเท่าที่เคยเห็นมา เครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะมีให้เลือกตั้งค่านี้อยู่แล้ว ถ้าหากเครื่องของใครไม่มีก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเมนบอร์ด บางรุ่นอาจจะไม่มีก็ได้ วิธีการก็คือ
  • เริ่มจากการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ ขณะที่เครื่องกำลังทำ Memory Test หรือนับ RAM อยู่นั่นแหละ ด้านล่างซ้ายมือจะมีคำว่า Press DEL to enter SETUP ให้กดปุ่ม DEL บนKeyboard เพื่อเข้าสู่เมนูของ Bios Setup (แล้วแต่เมนบอร์ด ด้วยบางทีอาจจะใช้ปุ่มอื่น ๆ สำหรับการเข้า Bios Setup ก็ได้ลองดูให้ดี ๆ) จากนี้ก็แล้วแต่ว่าเครื่องของใคร จะขึ้นเมนูอย่างไร คงจะไม่เหมือนกันแต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก จากนั้นให้มองหาเมนู Bios Features Setup ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูที่สอง ใช้ปุ่มลูกศรเลื่อนแถบลงมาแล้วกด ENTER ถ้าใช่จะมีเมนูของ Virus Warning หรือ Virus Protection อะไรทำนองนี้ ถ้าหากเป็น Enable อยู่ละก็ให้เปลี่ยนเป็น Disable โดยเลื่อนแถบแสงไปที่เมนูที่เราต้องการใช้ปุ่ม PageUpหรือ PageDownสำหรับเปลี่ยนค่าให้เป็น Disable
  • กดปุ่ม ESC เพื่อกลับไปเมนูหลักของ Bios Setup มองหาเมนูของ SAVE TO CMOS AND EXIT หรืออะไรทำนองนี้เลื่อนแถบแสงไปเลยแล้วกด ENTER ถ้าหากเครื่องถามว่าจะ Saveหรือไม่ก็ตอบ ได้เลย หลังจากนี้เครื่องจะทำการ Reboot ใหม่อีกครั้ง ใส่แผ่น Startup Disk ที่เราทำไว้ตามขั้นตอนแรกรอไว้ก่อนเลย
มาดูขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น การติดตั้ง Windows XP กันเลยครับ
เริ่มต้น โดยการเซ็ตให้บูตเครื่องจาก CD-Rom Drive ก่อน โดยการเข้าไปปรับตั้งค่าใน bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเลือกลำดับการบูต ให้เลือก CD-Rom Drive เป็นตัวแรกครับ (ถ้าหากเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร)
ทำการปรับเครื่อง เพื่อให้บูตจากCD-Romก่อน จากนั้นก็บูตเครื่องจากแผ่นซีดี Windows XP Setup โดยเมื่อบูตเครื่องมา จะมีข้อความให้กดปุ่มอะไรก็ได้ เพื่อบูตจากซีดีครับ ก็เคาะ Enter ไปทีนึงก่อน
โปรแกรมจะทำการตรวจสอบและเช็คข้อมูลอยู่พักนึง รอจนขึ้นหน้าจอถัดไปครับ
เข้ามาสู่หน้า Welcome to Setup กดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
หน้าของ Licensing Agreement กดปุ่ม F8 เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
ทำการเลือก Drive ของฮาร์ดดิสก์ที่จะลง Windows XP แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
เลือกชนิดของระบบ FAT ที่จะใช้งานกับ Windows XP หากต้องการใช้ระบบ NTFS ก็เลือกที่ข้อบน แต่ถ้าจะใช้เป็น FAT32 หรือของเดิม ก็เลือกข้อสุดท้ายได้เลย (no changes) ถ้าไม่อยากวุ่นวาย แนะนำให้เลือก FAT32 นะครับ แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้ง รอสักครู่ครับ
หลังจากนั้น โปรแกรมจะทำการ Restart เครื่องใหม่อีกครั้ง (ให้ใส่แผ่นซีดีไว้ในเครื่องแบบนั้น แต่ไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ เมื่อบูตเครื่องใหม่ ปล่อยให้โปรแกรมทำงานไปเองได้เลยครับ)
หลังจากบูตเครื่องมาคราวนี้ จะเริ่มเห็นหน้าตาของ Windows XP แล้วครับ รอสักครู่
โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้งต่าง ๆ ก็รอไปเรื่อย ๆ ครับ
จะมีเมนูของการให้เลือก Regional and Language ให้กดปุ่ม Next ไปเลยครับ ยังไม่ต้องตั้งค่าอะไรในช่วงนี้
ใส่ชื่อและบริษัทของผู้ใช้งาน ใส่เป็นอะไรก็ได้ แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
ทำการใส่ Product Key (จะมีในด้านหลังของแผ่นซีดี) แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
หน้าจอให้ใส่ Password ของ Admin ให้ปล่อยว่าง ๆ ไว้แบบนี้แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
เลือก Time Zone ให้เป็นของไทย (GMT+07:00) Bangkok, Hanoi, Jakarta แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
รอครับ รอ รอ รอสักพัก จนกระทั่งขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ก็พร้อมแล้วสำหรับการเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP ครับ จากนั้น จะมีการบูตเครื่องใหม่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นการใช้งานจริง ๆ
บูตเครื่องใหม่คราวนี้ อาจจะมีเมนูแปลก ๆ แบบนี้ เป็นการเลือกว่า เราจะบูตจากระบบWindows ตัวเก่าหรือจาก Windows XP ครับ ก็เลือกที่ Microsoft Windows XP Professional ครับ ถ้าของใครไม่มีเมนูนี้ก็ไม่เป็นไรนะครับ
เริ่มต้นบูตเครื่อง เข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP แล้วครับ
ในครั้งแรก อาจจะมีการถามเรื่องของขนาดหน้าจอที่ใช้งาน กด OK เพื่อให้ระบบตั้งขนาดหน้าจอให้เราได้เลยครับ นอกจากนี้ ถ้าหากเครื่องไหนมีการถาม การติดตั้งค่าต่าง ๆ ก็กดเลือกที่ Next หรือ Laterไปก่อน บางครั้งอาจจะมีให้เราทำการสร้าง Username อย่างน้อย ฃื่อก่อนเข้าใช้งาน ก็ใส่ชื่อของคุณเข้าไปได้เลย
เสร็จแล้วครับ หน้าตาของการเข้า Windows XP สวยดีครับ
และนี่คือหน้าตาแรก ของระบบปฏิบัติการ Windows XP Professional ครับ ต่อไปก็เป็นการปรับแต่ง และการลง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อยต่อไป

การลงไดรเวอร์
          การติดตั้ง Driver ให้กับอุปกรณ์ตาง ๆ ซึ่งหากเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่เป็นแบบรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะว่า Windows จะจัดการกับ Driver ต่าง ๆ ให้เรียบร้อยแล้ว หรือที่เรียกกันว่า Plug and Play นั่นแหละ แต่ถ้าหากอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้งานเป็นรุ่นใหม่ ก็ต้องมามำการติดตั้ง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ เองเพื่อให้สามารถใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นได้สมบูรณ์
Driver ของการ์ดจอ
          โดยปกติแล้วหากการ์ดจอเป็นรุ่นใหม่ ๆ และ Windows ไม่รู้จัก จะสามารถแสดงผลได้แค่ระดับต่ำสุดคือ 16 สีที่ 640x480จุด สำหรับตัวอย่างนี้ จะเป็นการ์ดจอ Creative Graphic riva TNT 16M (PCI) ซึ่งต้องลง Driver ของการ์ดจอเอง เริ่มต้นจากหน้าแรกที่ Desktop ของ Windows กดปุ่มเมาส์คลิกขวา เลือกเมนู Properties เพื่อเข้าสู่หน้าของ Display Propertiesจะขึ้นเมนูในส่วนของ Display Properties
กดเลือกที่ป้าย Setting ที่ช่อง Display จะเห็นว่าการ์ดแสดงผลจะเป็น Standard PCI Graphic Adapter (VGA) คือเป็นแบบมาตราฐานทั่วไป กรณีเช่นนี้ต้องทำการลง Driver ของการ์ดแสดงผลใหม่ก่อน กดเลือกที่ปุ่ม Advanced
เลือกที่ป้าย Adapter กดที่ Change เพื่อเปลี่ยน Driver ของการ์ดจอใหม่
กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
เลือกที่ Search for a better driver . . . กด Next
สำหรับช่องนี้จะให้ใส่ว่า Driver ที่เราต้องการลงเก็บไว้ที่ไหน ผมเลือกแต่เฉพาะ Specify a location เพื่อระบุ Folder ที่เก็บDriver เอง กดที่ Browse เพื่อเลือก Folder
ถ้าหากมีการแสดงแบบนี้ขั้นมาเพราะว่า Windows จะทำการ Browse หรือหา Driver จาก Drive A: ก่อน ก็กด Cancel ไปเลย
เลือก Folder ที่เก็บ Driver ของการ์ดจอและกด OK
จะกลับมาหน้าแรก กด Next เพื่อติดตั้ง Driver ต่อไป
กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
รอจนเครื่องทำการติดตั้ง Driver เสร็จ กด Finish หลังจากนี้ เครื่องจะต้องทำการ Restart ใหม่ก่อน กด Yes เพื่อบูทเครื่องใหม่ หลังจากที่บูทเครื่องใหม่แล้วเราก็จะสามารถใช้งานการ์ดจอได้เต็มความสามารถ หรือจะทำการเปลี่ยนแปลงตั้งค่าของการแสดงผลใหม่โดยกด เมาส์ขวา ที่ Desktop และเลือก Properties เพื่อเข้าหน้าจอ Display Properties เลือกที่ป้ายSetting
หน้าจออาจจะไม่เหมือนกันนะครับ เอาเป็นว่าตั้งค่าของ colors ให้เป็น High color (16 bit) หรือขนาดอื่น ๆ ที่สามารถใช้งานได้สูงสุด ส่วนที่ช่อง Screen area ก็เลือกที่ 800 by 600 pixels กด Apply (อาจจะตั้งค่าจอเป็นอย่างอื่นก็ได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่าน)
ในกรณีที่จอ ไม่สามารถแสดงผลตามที่ตั้งไว้ได้ บางครั้งอาจจะทำให้มองอะไรไม่เห็น หรือไม่รู้เรื่องเลย เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงขนาดของหน้าจอ ให้รอ 15 วินาทีโดยไม่ต้องทำอะไร Windows จะตั้งค่ากลับมาเหมือนเดิม ซึ่งจะพบได้ในการใช้จอรุ่นเก่า ๆ และนำมาใช้กับการ์ดจอที่สามารถตั้งได้ละเอียดกว่า
Driver ของอุปกรณ์อื่น ๆ
สำหรับ Driver ของอุปกรณ์อื่น ๆ ในที่นี้ ขออธิบายแนวทางคร่าว ๆ ในการลง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ เริ่มจากกดที่ Mycomputer และเลือกที่ Control Panel และกดเลือกที่ Add New Hardware
จะได้เมนู Add New Hardware Wizard กด Next
ตรงนี้ หากเป็นเครื่องที่ Windows ไม่รู้จักอุปกรณ์ที่มีอยู่จะขึ้นรายการมาให้เลือก Update Driver ถ้าเป็นเช่นนั้นให้ทำการUpdate Driver จนครบหรือจนกระทั่งไม่มีรายการอยู่ใน List นั้น ๆ ขั้นตอนการ Update Driver ก็ทำแบบเดียวกับการลงDriver ของการ์ดจอ แทบจะเรียกได้ว่าขั้นตอนการทำเหมือนกันเกือบทุกอย่าง แตกต่างกันก็เพียงแค่ Folder ที่จัดเก็บ Driverเท่านั้น

การตรวจสอบว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้ถูกต้องหรือไม่
          ขั้นตอนสุดท้ายคือตรวจสอบว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้ถูกต้องคือให้เลือก Start >> Settings >> Control Panel
เลือก System เลือก Device Manager ดูว่ามีเครื่องหมายตกใจอยู่หน้าอุปกรณ์ใด ๆ หรือไม่
หากพบว่ามีเครื่องหมายตกใจอยู่หน้าอุปกรณ์ใด อาจจะแสดงว่ามีปัญหาของการลง Driver ผิดรุ่นหรือเกิดการไม่เข้ากันของระบบ หรือการชนกันของ IRQ แบบนี้ลองเข้าไปดูในรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนอาจจะสามารถแก้ไขได้แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ ก็คงต้องให้ผู้ชำนาญงานมาช่วยดูซะแล้ว ถ้าหากไม่มีเครื่องหมายตกใจอยู่เลยและเครื่องของคุณสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง มีเสียงครบ ก็น่าจะถือว่าคุณสอบผ่านการติดตั้ง Windows 98 แล้ว






ที่มา : http://www4.csc.ku.ac.th/~b5340204758/lean5.html

หน่วยที่ 7 การติดตั้งโปรแกรมใช้งาน

สาระสำคัญ 
     โปรแกรมใช้งาน(Applications) คือซอฟต์แวร์ที่ใช้แตกต่างกันไปตามลักษณะงานโดยทั่วไปจะมีความสามารถเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเป็นหลักนอกจากนี้การติดตั้งยังอยู่กับระบบปฏิบัติการ ว่ารองรับ โปรแกรมในเวอร์ชันดังกล่าวได้หรือไม่ โปรแกรมใช้งานที่นิยมติดตั้ง และ ใช้งานทั่วไปได้แก่ Microsoft Office ,Power DVD,WinAmp ,Win Zip ,ACD See และ Acrobat Reader

เรื่องที่จะศึกษา
  • การติดตั้ง Microsoft Office
  • การติดตั้ง Power DVD
  • การติดตั้ง WinAmp
  • การติดตั้ง Win Zip
  • การติดตั้ง ACD See
  • การติดตั้ง Acrobat Reader
จุดประสงค์การเรียนรู้
  1. สามารถติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office ได้
  2. สามารถติดตั้งโปรแกรม Power DVD ได้
  3. สามารถติดตั้งโปรแกรม WinAmp และ Win Zip ได้
  4. สามารถติดตั้งโปรแกรม ACD See ได้
  5. สามารถติดตั้งโปรแกรม Acrobat Reader ได้

การติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office 2007 

     เมื่อคุณติดตั้งและเปิดใช้งานระบบ Microsoft Office 2007 คำแนะนำและข้อมูลต่างๆ จะ แสดงขึ้นหรือมีให้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ แต่บางครั้งคุณอาจต้องการดูข้อมูลนี้ในภายหลัง หรือต้องการ ข้อมูลที่ไม่ได้แสดงขึ้นมาระหว่างการติดตั้งแบบปกติ เพจนี้ได้รวบรวมคำแนะนำในการติดตั้งและ ข้อมูลอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้คุณสามารถดูข้อมูลดังกล่าวได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

5.1 การติดตั้ง 
ถ้าใส่แผ่นซีดีโปรแกรม จะเรียกไฟล์การติดตั้งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ หรือเปิด โปรแกรม Explorer ไปที่ที่เก็บไฟล์ แล้วดับเบิลคลิก ที่ ไอคอน Setup.exe

รูป แสดง การติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office 2007 เมื่อใส่แผ่นซีดี

5.2 รหัสผลิตภัณฑ์ 
หลังจากนั้น ให้ใส่รหัสผลิตภัณฑ์ที่ได้มาลงในช่องตามรูปภาพด้านล่างนี่ครับ แล้วคลิกที่ ต่อไปได้เลยครับ


รูป แสดง ให้ใส่รหัสผลิตภัณฑ์โปรแกรม Microsoft Office 2007 
รูป แสดง การใส่รหัสผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้อง จะเห็นเครื่องหมายห้าม 
รูป แสดง การใส่รหัสผลิตภัณฑ์ถูกต้อง จะเห็นเครื่องหมายถูก

5.3 การยอมรับข้อตกลง 
เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง ดังรูปด้านล่างนี้ ให้ คลิกเครื่องหมายถูกที่ช่อง “ยอมรับข้อตกลง” แล้วคลิกที่ ต่อไป

รูป แสดง ข้อตกลงของซอฟต์แวร์ Microsoft

5.4 ตัวเลือกการติดตั้ง 
เราสามารถเลือกการติดตั้งแบบ กำหนดเองและแบบติดตั้งเดี๋ยวนี้ ถ้าคลิกที่ติดตั้งเดี๋ยวนี้ โปรแกรมจะติดตั้ง ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Microsoft


รูป แสดง การติดตั้งแบบกำหนดเอง 

หลังจากนั้นทำการเลือกการติดตั้งทั้งหมด

รูป แสดงการเลือกติดตั้งทั้งหมดลงในเครื่องคอมพิวเตอร์

5.5 ตำแหน่งที่ตั้งแฟ้ม
เราสามารถเลือกตำแหน่งของการติดตั้ง โดยการคลิกที่ช่อง ตำแหน่งที่ตั้งแฟ้ม แล้วคลิกที่เลือกดู เพื่อกำหนดที่ตั้งของแฟ้ม

รูป แสดง ตำแหน่งที่แฟ้มจะติดตั้งโปรแกรมลงเครื่อง

5.6 ข้อมูลผู้ใช้ 
กรอกรายละเอียดในช่องตามรูปภาพด้านล่าง

รูป แสดง การตั้งชื่อ ชื่อย่อ และองค์กร

5.7 การติดตั้งโปรแกรมลงในเครื่อง 
รอสักครู่..... โปรกรมกำลังติดตั้ง


รูปแสดง โปรแกรมกำลังติดตั้งทั้งหมดลงในเครื่องคอมพิวเตอร์

5.8 การติดตั้งลงในเครื่องเสร็จสิ้นแล้ว 
คลิกที่ปิด

รูปแสดง โปรแกรมจะถูกติดตั้งเสร็จเรียบรอยแล้ว

6. การเปิดใช้งานเริ่มแรก 
     คุณต้องเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ระบบ Office 2007 เพื่อตรวจสอบว่าการติดตั้งของคุณ กระทำด้วยผลิตภัณฑ์ Microsoft ของแท้หรือไม่ การเปิดใช้งานเป็นแบบไม่ระบุชื่ออย่างสิ้นเชิง จะ ไม่มีการขอหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ไปยัง Microsoft

เมื่อต้องการใช้คุณลักษณะทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ของคุณต่อไป คุณต้องเปิดใช้งาน ผลิตภัณฑ์นั้น Microsoft Product Activation เป็น เทคโนโลยีป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ของ

การเปิดใช้งานจะทำงานด้วยการตรวจสอบว่ารหัสผลิตภัณฑ์ ซึ่งคุณต้องใส่เพื่อติดตั้ง ผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ได้ใช้งานอยู่บนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจำนวนมากกว่าที่อนุญาตโดยสิทธิ์การใช้ งานซอฟต์แวร์นั้น

7. เปิดใช้งานบนอินเทอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์ 
    เมื่อคุณใส่รหัสผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง ตัวช่วยสร้างการเปิดใช้งานจะทำงานโดยอัตโนมัติ ตัวช่วยสร้างการเปิดใช้งานจะให้ทางเลือกเกี่ยวกับวิธีดำเนินการสองทางดังนี้
เปิดใช้งานโดยใช้อินเทอร์เน็ต ตัวช่วยสร้างการเปิดใช้งานจะติดต่อเซิร์ฟเวอร์การให้ สิทธิ์ใช้งานของ Microsoft โดยอัตโนมัติผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ ถ้าคุณใช้รหัส ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องซึ่งยังไม่ได้ใช้งานตามจำนวนการติดตั้งที่อนุญาต ผลิตภัณฑ์ของคุณจะได้รับการ เปิดใช้งานทันที
เมื่อคุณเปิดใช้งานผ่านทางอินเทอร์เน็ต หมายเลขผลิตภัณฑ์ของคุณ (ได้จากรหัส ผลิตภัณฑ์ในการติดตั้ง) จะถูกส่งไปยัง Microsoft ผ่านทางการโอนที่เข้ารหัสลับ การตอบกลับ (หมายเลขการยืนยัน) จะถูกส่งกลับมายังคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ของคุณ ถ้า คุณเลือกเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต แต่คุณยังไม่ได้เชื่อมต่อ ตัวช่วยสร้างจะแจ้งเตือน คุณว่าไม่มีการเชื่อมต่อ
เปิดใช้งานโดยใช้โทรศัพท์ คุณสามารถโทรศัพท์ไปหาศูนย์การเปิดใช้งานและเปิดใช้ งานผลิตภัณฑ์ของคุณด้วยความช่วยเหลือจากตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าได้
การเปิดใช้งานผ่านทางโทรศัพท์อาจใช้เวลานานกว่าการเปิดใช้งานผ่านทางอินเทอร์เน็ต คุณควรอยู่ที่คอมพิวเตอร์ของคุณเมื่อคุณโทรศัพท์ และควรจะมีรหัสผลิตภัณฑ์ของซอฟต์แวร์ของ คุณอยู่ หมายเลขโทรศัพท์สำหรับศูนย์การเปิดใช้งานจะแตกต่างกันออกไปตามสิทธิ์การใช้งาน ผลิตภัณฑ์และประเทศ/ภูมิภาค ให้ใช้หมายเลขที่อยู่บนหน้าจอของตัวช่วยสร้างการเปิดใช้งานเพื่อ โทรศัพท์ถึงศูนย์การเปิดใช้งานของ Microsoft
สิ่งสำคัญ หมายเลขของศูนย์การเปิดใช้งานไม่ได้แสดงรายการอยู่ในบทความนี้ เนื่องจากมีจำนวนมาก และหมายเลขที่ถูกต้องสำหรับคุณขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย คุณสามารถรับ ซอฟต์แวร์ของ Microsoft ได้ภายใต้สิทธิ์การใช้งานแบบต่างๆ รวมทั้งสิทธิ์การใช้งานแบบปลีก สิทธิ์การใช้งานของผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) และสิทธิ์การใช้งานจำนวนมาก หมายเลข โทรศัพท์ติดต่อจะแตกต่างกันออกไปตามสิทธิ์การใช้งานและประเทศ/ภูมิภาค ในขั้นตอน 2 ของตัว ช่วยสร้างการเปิดใช้งาน ให้ใช้หมายเลขที่จัดเตรียมไว้ให้เพื่อโทรศัพท์ไปหาศูนย์การเปิดใช้งานของ Microsoft

1. ในตัวช่วยสร้างการเปิดใช้งาน ให้เลือกประเทศ/ภูมิภาคที่คุณอาศัยอยู่หรือ ที่คุณวางแผนจะใช้ผลิตภัณฑ์นั้น
2. ตัวช่วยสร้างจะให้หมายเลขโทรศัพท์อย่างน้อยหนึ่งหมายเลข
3. การโทรศัพท์ไปหาศูนย์การเปิดใช้งาน
4. ตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าจะขอหมายเลขการติดตั้ง (ที่แสดงบนหน้าจอของ คุณ) และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังจาก ID การติดตั้งของคุณได้รับการตรวจสอบแล้ว คุณ จะได้รับหมายเลขการยืนยัน
5. ในตัวช่วยสร้างการเปิดใช้งาน ให้พิมพ์หมายเลขการยืนยันในที่ว่าง ด้านล่างของหน้าจอ แล้วกด ENTER ไม่มีการเปิดใช้งานผ่านทางโทรศัพท์สำหรับรุ่นทดลองใช้หรือรุ่น สมาชิก มีบริการ Microsoft Text Telephone (TT/TTY) ให้แก่ผู้พิการทางหู หรือมีปัญหาในการได้ยิน ในสหรัฐอเมริกา ให้ใช้โมเด็ม TT/TTY แล้วเรียกเลขหมาย (800) 718-1599 สำหรับภายนอกสหรัฐอเมริกา ให้ใช้โมเด็ม TT/TTY แล้วเรียกเลขหมาย (716) 871- 6859 ทั้งนี้บริการ TT/TTY มีเฉพาะเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น

8. ฉันจะเปิดใช้งานในภายหลังได้อย่างไร 
     ถ้าคุณไม่ต้องการเปิดใช้งานสำเนาของซอฟต์แวร์ของคุณเมื่อติดตั้ง คุณสามารถเปิดใช้ งานซอฟต์แวร์นั้นได้ในภายหลัง ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ในโปรแกรมเหล่านี้ของ 2007 Microsoft Office system
Access, Excel, PowerPoint หรือ Word

คลิก ปุ่ม Microsoft Office 
แล้วคลิก ตัวเลือกของ ชื่อโปรแกรม
คลิก แหล่งข้อมูล แล้วคลิก เปิดใช้งาน


การติดตั้ง Power DVD

ดาวน์โหลด Power DVD
วิธีการดาวน์โหลดโปรแกรม
 1.เข้า Google ค้นหาคำว่าดาวน์โหลดCyberLink.PowerDVD



2.คลิกที่ดาวน์โหลดโปรแกรม










3.บันทึกแฟ้ม











4.รอการดาวน์โหลดโปรแกรม














5.Run



6. รอการติดตั้งโปรแกรม




 7. Next



8.คลิกที่่ YER



9.คลิกที่ next



10.คลิก Next


11.เลือก Accept and Run


12.คลิกที่ Next


13คลิกที่  Next


14.หน้าต่างนี้จะปรากฏบนหน้าจอ

15.รอการติดตั้ง


16. คลิกที่ Finish

 17.โปรแกรมจะปรากฏอยู่หน้าจอ


 18.หน้าจอโปรแกรม



                                        เสร็จสิ้นการดาวน์โหลดโปรแกรมCyberLink.PowerDVD


วิธีการใช้งาน

       โปรแกรมนี้จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการ ดูภาพยนต์ และฟังเพลง ทั้งจากแผ่น CD, DVD, HD DVD หรือแผ่น Blue-ray สามารถรีมิก ปรับแต่งภาพยนต์ของท่านและจัดระลำดับการเล่นไฟล์มัลิ ติมีเดียและบันทึกเป็น Playlist ได้อีกด้วย สามารถเล่นไฟล์มัลติมีเดียแบบ Hight Difinition ได้หลายนามสกุล อาทิเช่น AVCHD, AVCREC, MPEG-4 AVC (H.264), MPEG-2 HD และ WMV-HD สามารถแบ่งแยกเสียงได้ถึง 8 channels เพื่อรองรับการทำงานกับเครื่องเีสียงที่เป็นโฮมเธียเ ตอร์ รองรับระบบเสียงที่เป็นที่นิยมทั้งแบบ Dolby TrueHD และ DTS-HD และเวอร์ชั่น 12 ยังรองรับระบบหนัง 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็น Blu-ray 3D movie หรือ 2D-to-3D video file คุณภาพขนาดนี้สมแล้วที่เป็นโปรแกรมที่คอหนังเรียกร้องมากที่สุด

การติดตั้ง WinAmp

1. เริ่มการติดตั้งโปรแกรมจะปรากฎ หน้าต่างตามรูปด้านล่าง ให้คลิก Next เพื่อดำเนินการต่อไป

ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

2. License Agreement ตามรูปด้านล่าง ให้คลิกที่ I Agree เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

3. Choose Install Location ตามรูปด้านล่าง สามารถที่จะ Browse เพื่อเลือก Folder ที่ต้องการติดตั้งได้ หลังจากที่เลือกเรียบร้อยแล้วก็คลิก Next ต่อดำเนินการขั้นต่อไป
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

4. Choose Components โปรแกรมจะเลือกให้แล้ว สามารถที่จะคลิก Next เพื่อไปยังหน้าต่อไปได้เลย
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

5. Choose Start Options จะเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ จากนั้นให้คลิก Next ต่อไปได้เลย
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

6. Get the Most Out of Winamp ตามรูปด้านล่าง ให้คลิก Next เพื่อดำเนินการต่อไป
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

7. Install Grooveshark ตามรูปด้านล่าง เลือก I do not want to install Grooveshark แล้วคลิก Install เพื่อติดตั้งโปรแกรม Winamp
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

8. รอจนโปรแกรมติดตั้งลงเครื่องของท่านจนเสร็จสิ้น ดังภาพด่านล้าง
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

9. Installation Complete ตามรูปด้านล่าง ให้คลิกที่ Finish เป็นอันเสร็จสิ้นการลงโปรแกรม Winamp และเริ่มต้นใช้งานโปรแกรมได้
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

10. เลือกหน้าตาของ Winamp ตามที่ชอบ แล้วให้คลิกที่ Next เพื่อดำเนินการต่อไป
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

11. ให้ติ๊กถูกประเภทของไฟล์ที่จะใช้งานกับ Winamp โดยต้องเลือกทั้งหมด จากนั้นให้คลิก Next เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

12. เลือกบริการอื่นของ Winamp แล้วให้คลิก Next เพื่อดำเนินการต่อไป
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

13. User Feedback ไม่ต้องกรอกอะไรก็ได้ ให้คลิก Finish ได้เลย ก็จะเป็นอันเสร็จสิ้น สามารถใช้งาน Winamp ได้แล้ว
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp

14. หน้าตาของโปรแกรม Winamp
ขั้นตอนการติดตั้ง Winamp



การติดตั้ง Winzip
     คิดว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตมือใหม่ หลายต่อหลายท่าน อาจจะเคยเกาหัวหงิกๆ กับไฟล์ .zip หรือ .rar ที่โหลดมาจากเว็บหรือจากอีเมล์ จนปัญญากับการเปิดไฟล์นั้นๆ มาใช้งาน แท้จริงแล้ว ไฟล์เหล่านี้ คือไฟล์ที่ถูกบีบอัดมานั่นเอง เพื่อความสะดวกในการอัพโหลด/ดาวน์โหลด โดยเฉพาะการอัพโหลด/ดาวน์โหลดหลายๆ ไฟล์

วินซิป/วินแรร์ สามารถบีบอัดไฟล์หลายๆ ไฟล์ ให้รวมอยู่ในไฟล์เดียวกัน ประหนึ่งการห่อของขวัญนั่นเอง

ทีนี้ เราลองมาดูวิธีการใช้งานโปรแกรมเหล่านี้กัน

วิธีการติดตั้งโปรแกรมวินซิป WinZip

Winzip เป็นโปรแกรมบีบอัดไฟล์ ที่สามารถหาดาวน์โหลดฟรีได้จากอินเตอร์เน็ต ซึ่งตอนนี้มีไปถึงเวอร์ชั่น 11.1 หลังจากดาวน์โหลดตัวติดตั้งโปรแกรมมาแล้ว ให้ดับเบิ้ลคลิ้กที่ไอค่อน เพื่อดำเนินการติดตั้ง


จากนั้นจะมีขั้นตอนต่างๆ ระหว่างการติดตั้งเด้งขึ้นมา ก็ให้กดตามแต่ละขั้นตอนไปเริ่มต้นด้วยการกด Setup


จากนั้นจะมีให้เลือกโฟล์เดอร์ที่จะทำการเก็บโปรแกรม หากไม่จำเพาะเจาะจงจะเก็บไว้ที่ใด ก็ให้กด OK ต่อไป โปรแกรมจะแนะนำให้เก็บไว้ที่ C:\Program Files\WinZip


จากนั้นก็ให้กด Next และ Yes ไปเรื่อยๆ ตัวโปรแกรมเองได้ตั้งค่าการติดตั้งขั้นต้น ให้เหมาะสำหรับผู้ใช้มือใหม่อยู่แล้ว ฉะนั้นจึงมิต้องกังวลใดๆ



ถึงขั้นตอนนี้ สำหรับผู้ใช้มือใหม่ ให้เลือก Start with WinZip Classic


แล้วทำการกด Next ต่อไปเรื่อยๆ ตามขั้นตอนที่แนะนำ


ขั้นตอนสุดท้ายให้กด Finish เป็นอันเสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรมวินซิป


ในการเปิดการใช้งานวินซิปครั้งแรก จะมีหน้าต่างทิปเด้งขึ้นมา เป็นทิบการใช้งานโปรแกรมวินซิป หากไม่ต้องการให้ WinZip Tip of the day เด้งขึ้นมาอีก ก็ให้ไปเลือกเป็น Never show tips at startup (ไม่ต้องโชว์ทิปส์ในตอนเริ่มต้นอีกต่อไป) แล้วกด Close จากนั้นการเปิดใช้งานครั้งต่อๆ ไปก็จะไม่มีหน้าต่างนี้เด้งขึ้นมากวนใจอีกเลย


ในกรณีที่โหลดตัวติดตั้งอย่าง "ไม่ฟรี" มา หลังจากติดตั้งโปรแกรมแล้ว ตอนเปิดใช้งาน ที่มุมบนของหน้าต่างวินซิป จะมีคำว่า Unregistered หมายถึง ยังไม่ได้ทำการลงทะเบียน
หากท่านมีโค้ดลงทะเบียนอยู่แล้ว ก็สามารถไปลงทะเบียนใช้งานโปรแกรมได้ด้วยการกดที่ Help --> Enter Registration Code


จากนั้นก็ทำการกรอกชื่อ และเบอร์โค้ด แล้วกด OK หากไม่มี หรือเบอร์โค้ดที่มีอยู่ไม่สามารถนำมาลงทะเบียนกับโปรแกรมได้ ก็ให้กดที่ Continue Unregistered เพื่อใช้งานเวอร์ชั่นทดลอง ซึ่งจะมีระยะเวลาหมดอายุ จะไม่สามารถใช้งานได้ต่อหลังจากหมดอายุการใช้งาน


หากว่าลงทะเบียนได้สำเร็จ เมื่อเปิดมาใช้งาน ก็จะไม่เห็นตัวUnregistered อีกต่อไป




การติดตั้ง ACD see
     ACDSee เป็นโปรแกรมจาก http://www.acdsystems.com สำหรับใช้ดูภาพในรูปแบบต่าง ๆ ได้ค่อนข้างมาก ใช้งานง่าย สามารถดูแบบ Preview ได้ หากชอบใจรูปไหนก็สั่งให้ทำเป็น Back Ground ของ Windows ได้ทันที และนอกจากนี้ ยังสามารถทำการ Convert ภาพให้เป็นรูปแบบฟอร์แมตอื่น ๆ ได้ด้วย ก็เป็นอีกโปรแกรมครับ ที่แนะนำให้หามาใช้กัน

เริ่มต้นทำการติดตั้งดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ acdc32241 หรือไฟล์ setup เพื่อเริ่มการติดตั้ง

กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

กดที่ I agree to the terms of this agreement

กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

กด Yes to all

กดที่ Finish จบการติดตั้งขั้นต้น

กด Enter เพื่อเริ่มต้นเรียก ACDSee
ทำการ Register โดยเลือกที่เมนู Tools และ Register (หากไม่ทำการ Register เมื่อใช้งานจะมีเมนูขึ้นมาให้เรากดอยู่บ่อย ๆ ขณะใช้งานโปรแกรม)

ใส่ชื่อและ Register Code แล้วกด OK เป็นอันเสร็จการติดตั้ง ง่าย ๆ นะครับแถมน่าใช้ด้วย


การติดตั้ง Acrobat Reader
1. เมื่อคลิกรูปเพื่อติดตั้งโปรแกรม Acrobat Reader รอสักครู่ จะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 1.1 จากนั้นให้เลือกที่ช่อง Run This program from its current location แล้วคลิกที่ปุ่ม OK


รูปที่ 1.1

2. คลิกที่ปุ่ม Yes ดังรูปที่ 2.1 จากนั้นจะปรากฎหน้าจอดังรูปที่ 2.2


รูปที่ 2.1



รูปที่ 2.2
3. เมื่อเสร็จขั้นตอนจากข้อ 2 ดังรูปที่ 2.2 แล้ว จากนั้นจะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 3.1 แล้วคลิกที่ปุ่ม next



รูปที่ 3.1
4. เลือกที่ปุ่ม next ดังรูปที่ 4.1


รูปที่ 4.1

5. เมื่อเสร็จขั้นตอนจากข้อ 4 ดังรูปที่ 4.1 แล้ว จากนั้นจะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 5.1


รูปที่ 5.1

6. เมื่อเสร็จขั้นตอนจากข้อ 5 ดังรูปที่ 5.1 แล้ว รอสักครู่จะปรากฏหน้าจอที่ 6.1 ให้เลือกที่ปุ่ม No, I will restart my computer later. แล้วคลิกที่ปุ่ม Finish ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม Acrobat Reader


รูปที่ 6.1




ที่มา :
http://www.dockyard.navy.mi.th/doc2/IT/it_4.htm
http://putchara09.blogspot.com/2012/05/cyberlinkpowerdvd.html
http://www.ic-myhost.com/help/radio/winamp-install.html
http://www.chongter.com/Articles/computer/WinZipnWinRar/winzip.htm
http://www.amno.moph.go.th/technology/Lesson-04/le04-01.htm